"คุณคิดว่า สิทธิเสรีภาพ จะอยู่รอดได้สักกี่น้ำ ถ้าเราเหยียบย่ำทำลาย ความคิดทางศิลธรรมจรรยา และความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ทิ้งเสียให้หมด?"
-แซมมวล อะดัม Samuel Adams นักปรัชญาการเมืองอเมริกัน ศตวรรษ18

Vive le Roi राजा चिरंजीव

Vive le Roi  राजा चिरंजीव
ทรงพระเจริญ Vive le Roi! ¡Que viva el REY! राजा चिरंजीव

du Contrat social

du Contrat social
แบ่งปัน เพื่อส่งเสริมระบบประชาธิปไตย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

สัญญาประชาคม


Infos du livre audio - Audiocite.net ฌัง-ฌาค รุซโซ "สัญญาประชาคม" ภาษาฝรั่งเศส

The Prince


Infos du livre audio - Audiocite.net "The Prince" นิโกโล มัคเคียเวลลี ภาษาฝรั่งเศส
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วรรณคดีวิจารณ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วรรณคดีวิจารณ์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๓

วิจารณ์ พระวัด(ระฆัง)โฆสิตาราม กับ เมืองแมว [โพสต์ทั้งบท]

โดย เดฟ นาพญา


[บทความ-โพสต์ทั้งบท]
รถไฟด่วนขบวนกลางคืนออกจากกัลกัตตา แล่นมาตลอดทั้งคืนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น เวลาสายแก่ ๆ ก็ชะลอความเร็วเข้าเทียบชานชลาสถานีอัลละหะบัด ซึ่งก่อนจะเดินทางมาผู้เขียนก็ได้กดซอฟแวร์ กูเกิ้ล เอิร์ธ ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียม ดูทางหนีทีไล่ของสถานี พบว่าเป็นสถานีใหญ่และทางหนีทีไล่ที่สำคัญสำหรับคนเดินทางแบกเป้ใบเดียวแบบผู้เขียน ก็คือต้นสายรถเมล์อยู่ไม่ไกลจากบริเวณหน้าสถานีรถไฟ (-แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย)

มาทำไม? เมืองอัลละหะบัดมีความสำคัญต่ออินเดียตั้งแต่โบราณมาจนปัจจุบัน ทั้งความสำคัญด้านจิตวิญญาณและด้านเทคโนโลยี จนไม่สามารถจะประมวลมาเขียนได้หมดในบทความชิ้นเล็ก ๆ ชิ้นนี้ จึงตัดสินใจว่าจะไม่เขียนถึงอัลละหะบัดแล้วกัน เพราะอัลละหะบัดไม่ใช่จุดหมายปลายทาง เป็นเพียงเมืองที่เป็นทางรถไฟผ่านเพื่อมาต่อรถเมล์ไปโกสัมพีเท่านั้น

เมื่อได้กด กูเกิ้ล เอิร์ธ ดูภาพถ่ายดาวเทียมอีกครั้งก็พบว่า เมืองโกสัมพี ( ) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนานั้น ในเวลานี้ที่ดาวเทียมถ่ายให้ดู เห็นว่าเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้กับโกสัมพีได้แก่เมืองอัลละหะบัด แล้วแม่น้ำยมุนาก็ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำคงคาตรงใจกลางชมพูทวีปที่เมืองนี้ ครั้นตรวจสอบแผนที่ภาคพื้นดินก็พบว่า ใช่แล้ว...ถ้าจะไปโกสัมพีต้องมาที่นี่ก่อน แล้วจะสะดวกในการหาพาหนะเดินทางต่อไป และเมื่อศึกษาตารางรถไฟอินเดียแล้วก็ทราบว่าจากกัลกัตตานั้น ถ้าจะไปโกสัมพีให้ลงรถไฟที่อัลละหะบัดจะสะดวกที่สุด และจากกัลกัตตาก็มีรถไฟขบวนค่ำชื่อ

 ”เฮาราห์ มุมไบ เมล์” ซึ่งจะมาถึงอัลละหะบัดช่วงสายแก่ ๆ ของวันรุ่งขึ้น

วันอาทิตย์ที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๓

วิจารณ์บทกวี "อกผายไหล่ผึ่ง" ของ ขรรค์ชัย บุนปาน

โดย เดฟ นาพญา

---------------------------------------------------------------------------------------------------
คำโคลง ที่ถูกวิจารณ์

                     อก ซบอกสั่นสะท้าน สยิวสทก
          ผาย แผ่ผืนแผ่นอก         รับอ้อน
          ไหล่ แบกโลกเข็นครก     เอวคราก
          ผึ่ง แดดผึ่งลมร้อน          เพิ่งรู้ธุรลีเดียว


                               คำโคลง “อกผายใหล่ผึ่ง” ผู้ประพันธ์-คุณขรรย์ชัย บุนปาน
                               ตีพิมพ์ใน นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2552

ถ้าผู้เขียน วิจารณ์เพียงสั้น ๆ ใช้สไตล์ลอกเลียน ท่านศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
“คุณสุจิตต์ วงศ์เทศ” อิงผลงาน มีชื่อของท่าน ประมาณปี 2512 ชื่อ “กูเป็นนิสิตนักศึกษา”

ก็จะสามารถ วิจารณ์เพียงประโยคเดียว ได้ว่า “กูสงสัย ฉิบหายเลย มันเป็นบทกวี ตงไหนวะ?”
หรือวิจารณ์เป็นคำโคลง แบบโคลงเคลง ไม่ได้ดีไปกว่า โคลงที่ถูกวิจารณ์ ดังนี้ ครับ

               กู โคตรกังขานะน้า  ว่ายังงัย
          สง สารตัวเองไป่           บอดเดี้ยง
          สัย ยะเวทอันใด            ชักอ่าน
          ฉิบ หายแน่โอมเพี้ยง    มึงอย่าเขียนอีกนะ

แต่ เนื่องจากเราอยู่ในยุค ที่ไกลจากปี 2512 มานาน ประมาณใกล้จะ 50 ปี หรือครึ่งศตวรรษแล้ว
ก็เลย ต้องเขียนวิจารณ์ เป็นบทความสั้น ๆ ถึง 3 ตอน

ตามลิงก์ ด้านล่าง ครับ
--------------------------------------------------------------------------------------------------
มีอะไรใหม่หรือ?

มีอะไรใหม่เกี่ยวกับการวิจารณ์งานศิลป์?

ในการวิจารณ์คำวิจารณ์ภาพยนตร์ไทยเรื่อง โหมโรง ซึ่งจะได้เสนอในอนาคตนั้น ผู้เขียนได้เชิญชวนท่านผู้อ่านขยายความคำว่า “วิจารณ์” ออกไปอีกเล็กน้อยให้เกินกว่า “การติชม” โดยเสนอว่า แม้แต่การตินั้นก็ดี หากเป็นการวิจารณ์งานศิลป์ ผู้เขียนก็จะพยายามติเพื่อก่อ...หรือถ้าติเพื่อก่อไม่ได้ ก็จะติอย่างขอให้มีความเมตตาปรานีต่อกันและกันทั้งสองฝ่าย หมายความว่า จะติแบบที่คนโดนติ เขาจะยังสามารถแผ่เมตตาให้แก่เราผู้ติได้อยู่ต่อไป ไม่ใช่ประกาศเลิกเผาผีกัน ทั้งนี้เพราะเราได้พยายามเอาใจเขามาใส่ใจเรา ซึ่งแปลหยาบ ๆ เป็นภาษาฝรั่งว่ามี compassion มิใช่สักแต่จะ “รู้เขา-รู้เรา” ซึ่งแปลว่าเป็นเรื่องของ game theory หรือยุทธศาสตร์แห่งการได้เสีย อันเป็นคนละเรื่องกันกับ compassion

ที่ตั้งคำถามว่า มีอะไรใหม่ เกี่ยวกับการวิจารณ์งานศิลป์หรือ? นั้นคืออย่างไร? แปลว่า มันต้อง มีอะไรเก่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะซี? ใช่เปล่า?

ในเมืองไทย ผู้วิจารณ์กับผู้ถูกวิจารณ์ขี้มักจะมีเรื่องกันเสมอ แทบจะกลายเป็นอนิจจังแห่งความสิ้นหวังทางสังคมของงานศิลปะ คู่ที่คลาสสิคที่สุดคู่หนึ่งคงจะไม่พ้นคู่ระหว่างพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ กับ ม.จ.อากาศดำเกิง รพีพัฒน์ เมื่อครั้งพระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ วิจารณ์นวนิยายเรื่อง “ละครแห่งชีวิต” ของ ม.จ.อากาศดำเกิง ต่อจากนั้นมา ก็ยังมีอีกหลายคู่หลายกรณี เรื่อยมาจนถึงยุควิจารณ์กันแหลกใกล้เหตุการณ์ตุลาคมอันโด่งดัง เรื่อยมาจนกระทั่งถึงกรณีของนักเขียนผู้มีชื่อเสียงและมีผลงานมากมายอย่าง“เจ๊ทม” ผู้เขียนจะขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อจริงนามสกุลจริงของเธอ เพราะไม่อยากจะเปลืองตัว โปรดอย่าถามเค้นเอาคำตอบว่า เธอคือใคร?

-โปรดติดตามอ่านบทความเนื้อเต็มในนิตยสาร MBA ฉบับพฤษภาคม 2553

หรือ คลิกอ่านเต็มบท ที่นี่ครับ
คลิกอ่านตอน ๑ ทั้งหมด
คลิกอ่านตอน ๒ ทั้งหมด
คลิกอ่านตอน ๓ ทั้งหมด

หรือ คลิกโหลดรวมทุกตอน ๑-๒-๓
https://docs.google.com/viewer?a=v&pid=explorer&chrome=true&srcid=0B1pqd2WJcbO3NjQ2OWMzYjYtN2ZhOC00YTBlLTk0ZWItODI4NDMwNTIzMzdh&hl=th
&hl=th

วันจันทร์ที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

พจมาน ตอน 2/2 วินโดว์ ของพจมาน วรรณคดีวิจารณ์

"วินโดส์” ของพจมานฯ (ขอโทษ บิล เกตส์ ชิดซ้าย)
พจมาน ตอน 2/2 วินโดว์ ของพจมาน
 โดย แดง ใบเล่ 


"พจมาน สว่างวงศ์" นวนิยายอสังหาฯอมตะ ต่อเนื่องมาจาก "บ้านทรายทอง" ของ ก.สุรางคนางค์ ซึ่งตีพิมพ์ปีพ.ศ. 2493 ใช้อสังหาฯ ชิ้นไพรม์เป็นฉาก ทั้ง พจมาน สว่างวงศ์ และ บ้านทรายทอง มีประเด็นในเรื่อง คล้ายกับนวนิยายอสังหาฯ ของนักเขียนอังกฤษ เจน ออสเตน เรื่อง Pride and Prejudice อยู่หลายประเด็น เช่น ทั้งนวนิยายไทยและอังกฤษต่างก็ได้ใช้ “หน้าต่าง” อสังหาฯ เป็นองค์ประกอบเล็ก ๆ ที่มีบทบาทน่าสนใจ อยู่ในท้องเรื่อง พิจารณาตามความจริง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะว่า นวนิยายทั้งสองนั้น ต่างก็มีอสังหาฯชิ้นงาม หรือชิ้นไพรม์(มิใช่ซับไพรม์) เป็นเวทีให้ตัวละครได้เล่นบทบาทชีวิต เพราะฉะนั้น โดยสามัญสำนึกแล้ว จะไม่ให้ ประตูหน้าต่างอสังหาฯ เข้ามามีบทบาทในท้องเรื่องบ้าง ได้อย่างไรกัน จริงเปล่าแพ่

อย่างไรก็ดี แม้ว่าท่านผู้ประพันธ์ ต่างก็ได้ใช้ประโยชน์จาก "วินโดส์" หรือ "หน้าต่าง" แต่ว่า
เจน ออสเตน ได้อาศัย "วินโดส์" ปรุงแต่ง แสดงจุดเด่น ให้แก่อสังหาฯ เธอใช้หน้าต่าง เน้นให้เห็นคุณค่าของอสังหาฯ ช่วยเพิ่มเรตติ้งให้แก่อสังหาฯ ทำให้คุณภาพชีวิตตัวละครดีขึ้น เมื่อมาเกี่ยวข้องกับหน้าต่างนั้น เธอใช้ "วินโดส์" เชื้อเชิญโลกกว้างภายนอก อันสวยงามของชนบทอังกฤษ เข้ามาภายในคฤหาสน์ แล้วก็ด้วยหน้าต่างนั่นเอง ที่ชีวิตภายในตัวคฤหาสน์ จะได้เป็นอิสระทางอารมณ์ มีโอกาสปล่อยใจ โบยบินไปไกลผ่าน "วินโดส์" ได้พักใจให้สดชื่น ด้วยวิธีการอันง่ายและแสนธรรมดา เพียงแค่เดินไปที่หน้าต่าง ทัศนาภูมิทัศน์อันสวยงามภายนอก ผ่าน "วินโดส์" อสังหาฯ เท่านั้นเอง คิดดูแล้วกันว่า หน้าต่างอสังหาฯ สำคัญเพียงใด

แต่ ก.สุรางคนางค์ ใช้ประโยชน์จากหน้าต่างบ้านทรายทอง ในเรื่อง พจมาน สว่างวงศ์ เพียงเพื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในบ้านเท่านั้น "วินโดส์" ของ พจมานฯ ไม่ได้เป็นเครื่องมือ ในการเน้นคุณค่า เพิ่มเรตติ้งทริปเปิ้ลเอ(AAA) ให้กับอสังหาฯ  และหน้าต่างของ พจมาน สว่างวงศ์ ไม่ได้เชิญชวน ชี้ชวน หรือเชื้อเชิญ หรือเปิดโอกาส ให้ท่านผู้อ่านได้จินตนาการไปไกล เกินกว่าอาณาบริเวณบ้านทรายทอง ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้ จะได้ยกขึ้นมากล่าวอย่างชัดเจนต่อไป

พจมาน ตอน 1/2 พจมาน สว่างวงศ์ วรรณคดีวิจารณ์

“พจมาน สว่างวงศ์”
- วรรณคดีวิจารณ์

พจมาน ตอน 1/2 พจมาน สว่างวงศ์ 
โดย แดง ใบเล่
ผู้วิจารณ์ คิดจะเขียนเกี่ยวกับนวนิยายเรื่อง บ้านทรายทอง  มาพักหนึ่งแล้ว แต่รุ่นพี่ผู้เป็นที่เคารพนับถือ ขอร้องไว้ เธอบอกว่า “นี่เธอ ชั้นขอร้องเถอะ เธออย่าเพิ่งเขียนเรื่องนี้ได้มั๊ย”  ซึ่งผู้วิจารณ์ก็โอนอ่อนผ่อนตาม บัดนี้ ได้เวลาที่จะเขียนถึงนวนิยายเรื่องนั้น ตามความตั้งใจที่มีมานาน คิดได้ก็เขียนเลย ไม่บอกให้เธอทราบ เกรงว่า จะมาขอร้องไม่ให้เขียนอีก


อย่างไรก็ดี ครั้นเวลาล่วงเลยมา ความคิดความอ่านก็เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากเห็นว่า มีคนพูดถึงกันมากแล้วเรื่อง บ้านทรายทอง  จึงจะเปลี่ยนมาเขียนเกี่ยวกับนวนิยายเรื่องที่ต่อเนื่องกัน คือ เรื่อง พจมาน สว่างวงศ์  จะดีกว่าเยอะเลย ซึ่งในโลกหนังสือ มีผู้พูดถึงกันน้อย กว่าเรื่อง บ้านทรายทอง  หรือถ้าจะพูดถึง ก็มักจะกล่าวรวมอยู่ใน บ้านทรายทอง ผู้วิจารณ์เห็นว่า เรื่อง พจมาน สว่างวงศ์  เน้นตัวนางเอกชัด ๆ ในวัยผู้ใหญ่แล้ว ผิดกับเรื่องบ้านทรายทอง ที่ตัวนางเอกยังอยู่ระหว่างก่อรูปบุคลิกตัวเอง และนิสัยใจคอก็ยังคงแฝงความเป็น เด็กหญิงไว้เปีย สวมกางเกงขาสั้นน่ารัก ๆ แบบนักเรียนโรงเรียนแม่ชีฝรั่ง บางครั้งก็ออกอาการเฮี้ยว แบบเด็กสาวรุ่น ซึ่งค่อนข้างจะแตกต่าง กับบุคลิกในวัยผู้ใหญ่ของ “พจมาน” ในเรื่อง พจมาน สว่างวงศ์  ผู้วิจารณ์สบโอกาส ที่เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย จากวิกฤตการณ์อสังหาฯในประเทศสหรัฐอเมริกา ขอถือโอกาสนี้ เขียนถึงนวนิยาย “อสังหาฯอมตะ” ของไทย เรื่องพจมาน สว่างวงศ์  ที่ต่อเนื่องมาจาก บ้านทรายทอง

ซึ่งในบทแรกของนวนิยาย พจมาน สว่างวงศ์  ก็ได้เชื่อมประสานกับนวนิยายอสังหาฯ บ้านทรายทอง อย่างสมบูรณ์ โดยที่ในบทแรกนี้ พจมาน กำลังจะต้องหัดเซ็นชื่อ ด้วยนามสกุลใหม่ จากสกุลเดิม “พินิตนันท์” มาใช้นามสกุลใหม่ว่า “สว่างวงศ์” เธอกำลังจะได้เป็นเจ้าของ “คุณชายภราดาพัฒน์ระพี” ทั้งนี้โดยที่ เธอได้เป็นเจ้าของอสังหาฯชิ้นงาม นามว่า “บ้านทรายทอง” ไว้แล้ว ชีวิตเธอกลับตาลปัตร คล้ายพนักงานทำความสะอาด เดินดันไม้ถูพื้น อยู่ในอาคารศูนย์การค้า ได้กลายเป็นเจ้าของห้างเสียเอง สถานการณ์ชีวิต ช่างพลิกผัน จากร้ายกลายเป็นดี อย่างน่าอิจฉาอะไรเช่นนั้น คล้ายกับพลิกจากสถานการณ์เศรษฐกิจชนิด “วิกฤต”อสังหาฯ กลายเป็นสถานการณ์ชนิด “บูม”อสังหาฯ

อสังหาฯชิ้นงาม เป็นฉากหลังให้กับชีวิตของ พจมาน สว่างวงศ์  โดยท่านผู้ประพันธ์ ก.สุรางคนางค์ ท่านช่างวางชิ้นอสังหาฯ ไว้ได้โดดเด่น ในนวนิยายของท่าน ทำให้หลาย ๆ คน นึกถึงนวนิยายอสังหาฯของ เจน ออสเตน นักเขียนนวนิยายอสังหาฯอมตะ ชาวอังกฤษ ถ้าเราลองเคาะเน็ต ชมหน้าปกนวนิยายอังกฤษย้อนยุค ที่ยังพิมพ์ใหม่ไม่ยอมหยุด และขายทางอะเมซอน.ดอท.คอม เราจะเห็นภาพหน้าปก เป็นรูปพระเอกนางเอก ในเครื่องแต่งกายตามสูตรต้นตำหรับ ฉากหลังจะเป็นภาพอสังหาฯปราสาท หรืออสังหาฯคฤหาสน์ หลังงาม วางอยู่ในบริบทชนบทอังกฤษ และเนื้อเรื่อง ก็จะเกี่ยวข้องกับอสังหาฯหลังงาม ๆ นักเขียนสตรีทั้งสองท่านนี้ นอกจากจะใช้ภาษาตนได้ดีเลิศ และมีศิลปะการเขียนสูงแล้ว ทั้งสองท่าน ยังลิขิตให้ชีวิตพระเอกนางเอก เกาะเกี่ยวอยู่กับอสังหาฯ คล้าย ๆ กันอีกด้วย

วิจารณ์แบบ สงวนจุดเหมือนไปเรียบร้อยแล้ว ต่อไปนี้ จะแสวงจุดต่าง บ้าง

กำเนิดเครื่องจักรไอน้ำ ทำให้เกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรม และเกิดกิจการรถไฟในประเทศอังกฤษ รถไฟได้รั้งแผ่นดินชนบททั้งผืน ให้ขยับร่นเข้ามาใกล้กรุงลอนดอนยิ่งขึ้น ทำให้การมี “บ้านชนบท” หรือ “country house” ที่เคยเป็นอภิสิทธิ์ของชนชั้นสูง ที่ต้องเดินทางด้วยรถม้า โขยกเขยกไปเป็นวันเป็นคืน เผลอ ๆ อาจโดนโจรป่า โรบิน ฮูด ปล้นเอาอีก อภิสิทธิ์นี้ ได้เลื่อนลงมาสู่ชนชั้นกลาง หรือกลางค่อนข้างสูง ท่านคนชั้นกลางสามารถนั่งรถไฟ ไป country house สบาย ๆ เพียงครึ่งค่อนวัน ก็ถึงแล้ว และดูเหมือนว่า สังคมอังกฤษได้ริเริ่มธรรมเนียม เรื่องการมีบ้านชนบท ให้กับกลุ่มคนชนชั้นกลางค่อนข้างสูงทั้งหลาย ซึ่งแฟชั่นนี้ ก็แพร่หลายไปทั่วทุกแห่งหน ที่วัฒนธรรมอังกฤษ แผ่ไปถึง

Property หรือ อสังหาฯ ในนวนิยายของเจน ออสเตน ก็จะมีชื่อเรียกขาน เช่นเดียวกับที่อสังหาฯของพจมาน มีนามว่า “บ้านทรายทอง” หรืออสังหาฯย่านบางกะปิ ชื่อ “บ้านคลายกังวล” ของนักการเมืองผู้เป็นคุณพ่อของ ศิรินาถ ซึ่งท่านเจ้าของบ้าน กังวลใจมาก ๆ เพราะต้องคดีเกี่ยวกับการเมือง ข้อแตกต่างอยู่ที่ว่า เจน ออสเตน จะเน้นทั้งบ้านและที่ดิน ในสไตล์ “Land and House” เช่นอสังหาฯ ชื่อ Norland Park estate ในเรื่อง Sense and Sensibility ที่ละม้ายแม้นเรื่องบ้านทรายทอง และเรื่อง พจมาน สว่างวงศ์

ส่วนพระเอกนางเอกของ เจน ออสเตน ก็จะมีชีวิตเกี่ยวข้องอยู่กับ “Property” ที่เป็นคฤหาสน์หลังงาม ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินผืนงาม ในบริบทอันวิเวกของชนบทอังกฤษ เช่นอีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ คฤหาสน์หรือปราสาท Pemberley ในเรื่อง Pride and Prejudice เป็นต้น ถือได้ว่าเป็น Land and House สมบูรณ์แบบ ไม่ใช่แฟลตเอื้ออาทร นะเฮีย ภูมิทัศน์ของ Property เจริญหูเจริญตา เสียจนกระทั่งผู้ประพันธ์เขียน “ขาย” ฉากที่มองเห็นจากหน้าต่างอสังหาฯ คือว่า เธอบรรยายฉากดังกล่าวนั้นเกี่ยวพันกับตัวละคร ผู้อ่านจึงพลอยจินตนาการ เห็นภาพจากหน้าต่างอสังหาฯในนวนิยายของเธอ ซึ่งช่างงามแบบชนบทอังกฤษ และผ่อนคลาย หายเครียดดีจังเลย ครับเฮีย

ตรงนี้ คือ จุดต่าง...เพราะว่า เราจะไม่พบเห็นภาพเช่นนั้น จากหน้าต่างบ้านทรายทองของพจมาน!  แล้วถ้าอย่างนั้น เรามองเห็นอะไร จากหน้าต่างบ้านทรายทอง หรือ